2007/May/15

m6032550g8

http://sathaporn.exteen.com/20070515/name6032550

http://members.thai.net/PHYSICSMATAYOM/coulomb/coulomb1.htm

JUN11,2550b.e.


http://sathaporn.exteen.com/
M6032550G8COULOMB1.HTM
A1 B1 C1 D1 E1 F1 G1 H1 I1 J1
NO. F1j K(N.m^2/C^2) Q1© Qj© R1j(m) Fij(N) q(deg) FX=FCOS(Theta) FY=FSIN(Theta)
1 F12=KQ1Q2/R12^2 9.00E+09 1 1 1 9.00E+09 180 -9.00E+09 1.10E-06
2 F13=KQ1Q3/R13^2 9.00E+09 1 1 2 2.25E+09 0 2.25E+09 0.00E+00
3 SumF1=sqrt(sumFx^2+sumFy^2) 6.75E+09 =SQRT($I$5^2+$J$5^2) ANS3   Fij(N)_Code q(deg)_CODE -6.75E+09 1.10E-06
4 tan(alpha)=Fy/Fx -1.63E-16 =$J$5/$I$5 ANS4   =$C$3*$D$3*E3/F3^2 =180 =SUM(I3:I4) =SUM(J3:J4)
5 alpha(deg.)=atan(Fy/Fx)*180/pi() -9.36E-15 =ATAN($C$5)*180/PI() ANS5   =$C$3*$D$3*E4/F4^2 =0 sumFx_Code sumFy_Code
6 sin(alpha)=Fy/F 1.63E-16 =$J$5/$C$5 ANS6       ANS1 ANS2
7 alpha(deg.)=asin(Fy/Fx)*180/pi() 9.36E-15 =ASIN($C$8)*180/PI() ANS7          
8 cos(alpha)=Fx/F -1.00E+00 =$I$5/$C$5 ANS8          
9 alpha(deg.)=acos(Fy/Fx)*180/pi() 1.80E+02 =ACOS($C$10)*180/PI() ANS9          


http://sathaporn.exteen.com


m6032550g8atom1
physics40205
Thanamaat
    แบบจำลองอะตอมของดอลตัน
  • อะตอมมีลักษณะทรงกลม และ
  • เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งแบ่งแยกไม่ได้ และ
  • ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือทำให้สูญหายไปได้

atom1 atom2

    จอห์น ดอลตันนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เป็นนักเคมีคนแรกที่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับอะตอมซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
  • ธาตุประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ หลายอนุภาค อนุภาคเหล่านี้เรียกว่า อะตอม ซึ่งแบ่งแยกและทำให้สูญหายหรือสร้างขึ้นใหม่ไม่ได้
  • อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันย่อมมีสมบัติเหมือนกัน มีมวลเท่าๆ กัน แต่มีสมบัติแตกต่างจากอะตอมของธาตุอื่น ๆ
  • สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุมากกว่า 1 ชนิด ทำปฏิกิริยากันในอัตราส่วนที่เป็นเลขลงตัวอย่างง่าย

    แบบจำลองอะตอมของทอมสัน
  • อะตอม ประกอบด้วย อนุภาคโปรตอนและอิเล็กตรอนกระจายอยู่ทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ
  • อะตอมในสภาพที่เป็นกลางทางไฟฟ้าจะมีจำนวนประจุบวกเท่ากับประจุลบ

atom3.gif atom4.gif

นางสาวฐานมาศ เถื่อนหมื่นไวย ชั้นม.6/3 เลขที่ 9 HOME

http://sathaporn.exteen.com



ผู้จัดทำ

  • นางสาววันวิสาข์ หอระตะ ม.6/3 เลขที่ 32



  • แบบจำลองอะตอมของทอมสัน


    thomson_atom1.jpg

    เดิมดอลตันเสนอแนวคิดเกี่ยวกับโครงสร้างว่าอะตอมเล็กที่สุดแบ่งต่อไม่ได้ แต่จากการทดลองหาค่าประจุต่อมวลของรังสีแคโทด
    ทำให้ทอมสันเสนอว่าอะตอมแบ่งต่อได้ คำถามที่เกิดขึ้นมาก็คือ แล้วอะตอมเป็นอย่างไร
    เนื่องจากอะตอมเล็กมากมองไม่เห็น การบอกโครงสร้างจึงเป็นเพียงคำอธิบายที่เสนอขึ้นมาเพื่อใช้อธิบาย
    คือเป็นเพียงแบบจำลองแนวคิดแบบจำลองอะตอมของทอมสัน อะตอมเป็นทรงกลม มีปริมาณประจุ-บวกเท่ากับประจุลบ
    ประจุบวกกระจายอยู่ภายในทรงกลมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ มีอิเล็กตรอนที่เป็นประจุลบฝังอยู่ภายใน
    ซึ่งแบบจำลองอะตอมของทอมสันนี้เปรียบได้เหมือนผลแตงโม
    แนวคิดอะตอมของทอมสันนี้ สมเหตุสมผลคือ มีลักษณะเป็นทรงกลม มี ปริมาณประจุบวกเท่ากับประจุลบ
    แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าประจุบวกจะยึดกันอย่างไรจึงอยู่อย่างต่อเนื่องได้ และเหตุใดอะตอมของนีออนซึ่งมีอิเล็กตรอน 10
    และอะตอมของโซเดียมซึ่งมีอิเล็กตรอน 11 ธาตุทั้งสองมีจำนวนอิเล็กตรอนต่างกันเพียง 1 ตัว
    เหตุใดธาตุทั้งสองจึงมีสมบัติทางเคมีต่างกันมากแนวคิดนี้ของทอมสันจึงถูกยกเลิกไป


    แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด

    rutherford_atom1.jpg

    ลอร์ดเออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด พ.ศ.2314-2480 นักวิทยาศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์ทำการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคำในปี พ.ศ.2454 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทอลองอนุภาคแอลฟาผ่านรูแผ่นตะกั่วหนาตรงออกไปผ่านทะลุแผ่นทองคำบางๆ แล้วตรวจสอบอนุภาคแอลฟาด้วยฉากเรืองแสงซิงก์ซัลไฟด์ซึ่งโค้งเป็นวงล้อมรอบแผ่นทองคำด้วยเครื่องตรวจสอบเทเลสโคป ผลจากการทดลองพบว่าส่วนใหญ่อนุภาควิ่งเป็นเส้นผ่านทะลุแผ่นทองคำออกไป และน้อยครั้งมากที่อนุภาคแอลฟาสะท้อนกลับผ่านทะลุแผ่นทองคำออกมาในแนวทางเดิม และนานๆครั้งจะเบนออกจากแนวทางเส้นตรงผลจากการทดลองทำให้รัทเทอร์ฟอร์ดมีแนวคิดโครงสร้างอะตอม
    แนวคิดโครงสร้างอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ดเป็นดังนี้
    1.อะตอมมีศูนย์กลางของประจุบวก ซึ่งเป็นที่รวมของโปรตอนเรียกว่านิวเคลียสอะตอม
    2.นิวเคลียสอะตอมมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของอะตอมทั้งหมด
    3.นิวเคลียสเป็นแหล่งรวมมวลของอะตอม เพราะการที่อนุภาคแอลฟาเบนออกไปนั้น เกิดจากการผลักของประจุบวกที่มีมวลรวมกันอยู่อย่างหนาแน่น
    4.อิเล็คตรอนไม่ได้อยู่ในนิวเคลียส แต่อยู่รอบๆนิวเคลียสและมีมวลน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมวลของโปรตอน
    ทั้งนี้เพราะอนุภาคแอลฟาสามารถผ่านทะลุแผ่นโลหะออกไปได้ร้อยละ 99โดยไม่มีการเบน
    แนวความคิดเกี่ยวกับนิวเคลียสของอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ดนั้นถูกต้อง เพราะจากการทดลองในระยะหลังพิสูจน์ได้ว่า
    อะตอมมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของนิวเคลีส 100,000เท่าขึ้นไป



    แบบจำลองอะตอมของโบร์

    แม้ว่าแบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด แสดงให้เห็นการจัดอนุภาคย่อยของอะตอมก็ตาม แต่ยังไม่เห็นชัดเจนว่า
    การจัดรียงอิเล็คตรอนและการเคลื่อนที่รอบนอกนิวเคลียสเป็นอย่างไร
    การศึกษาสเปกตรัมของสารประกอบและธาตุเป็นวิธีหนึ่งที่ให้ข้อมูลอิเล็กตรอนที่อยู่รอบนอกนิวเคลียส

    คลื่นและสมบัติของคลื่น
    แสงเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าและเป็นคลื่น ความยาวคลื่น หมายถึง ระยะทางที่คลื่นเคลื่อนที่ครบหนึ่งรอบ มีหน่วยเป็นเมตร (m) หรือนาโนเมตร(nm)
    ส่วนความถี่ของคลื่นหมายถึง จำนวนรอบของคลื่นที่ผ่านจุดหนึ่งในเวลา 1 นาที และมีหน่วยเป็นจำนวนรอบต่อวินาที
    ซึ่งเรียกหน่วยนี้ว่าเฮิร์ตซ์ดังนั้นความถี่ของคลื่นจึงมีความสัมพันธ์กับความยาวคลื่น ถ้าคลื่นมีความถี่มากเท่าไร
    ความยาวคลื่นจะสั้นลงมากเท่านั้น

    สเปกตรัม
    นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อเซอร์ไอเซกนิวตัน พบว่าเมื่อให้แสงจากดวงอาทิตย์ผ่านไปยังปริซึมแก้ว แสงจะถูกแยกออกไปเป็นอนุกรมสีที่แตกต่างกัน
    ในปี ค.ศ.1912-1913 นีลส์โบร์ นักฟิสิกส์ชาวเดนมาร์ก ศึกษาไฮโดรเจนสเปกตรัม ผลที่ได้จากการศึกษาทำให้โบร์ได้แนวความคิดโครงสร้าง
    ของอะตอม โบร์กล่าวว่าอิเล็กตรอนรอบนอกนิวเคลียสอยู่ในเขตจำกัด มีระยะห่างจากนิวเคลียสหลายระยะ และอิเล็กตรอนหมุนรอบนิวเคลียส
    เป็นวงจรคล้ายดาวนพเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ แนวความคิดดังกล่าวโบร์ได้จากแนวความคิดพลังงานควอนตัมของมักซ์พลังค์ (ค.ศ.1858-1947)

    นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันที่กล่าวว่าอิเล็กตรอนอยู่ในระดับพลังงานที่กำหนดแน่นอน
    เมื่อไฮโดรเจนอะตอมถูกกลืนพลังงานในระดับพลังงานหนึ่งระดับหรือมากกว่านั้น อิเล็กตรอนจะกระโดดขึ้นสู่วงโคจรที่สูงขึ้น
    หรืออยู่ในวงโคจรที่ห่างจากนิวเคลียสมากขึ้น เมื่ออิเล็กตรอนกล่นจากวงโคจรระดับพลังงานสูงสู่วงโคจรที่มีระดับพลังงานต่ำกว่า
    เช่น จากระดับพลังงาน 4 สู่ระดับพลังงาน 2 พลังงานควอนตัมจะคายออกมาเป็นแสงที่มีความถี่หรือความยาวคลื่นที่มีค่าจำกัด
    แต่ละความยาวคลื่นให้แต่ละเส้นสเปกตรัม

    โบร์ให้รายละเอียดโครงสร้างอะตอมเพิ่มมากขึ้น ดังนี้
    1.อิเล็กตรอนอยู่ในระดับพลังงานที่มีค่าพลังงานต่างกัน
    2.เส้นสเปกตรัมที่ได้เกิดจากพลังงานอิเล็กตรอนเลื่อนจากระดับพลังงานหนึ่งสู่อีกระดับพลังงานหนึ่งที่ต่ำกว่า


    bohr_atom1.jpg

    HOME

    edit @ 22 Feb 2008 19:53:34 by physicsmatayom