2007/May/15

m6032550g9

http://sathaporn.exteen.com/20070515/name6032550

http://members.thai.net/PHYSICSMATAYOM/coulomb/coulomb1.htm


    2nd_Term_Physics40205
    worksheet1
  • http://physicsmatayom.podbean.com/2007/11/06/m6032550g9ysin1/
  • http://www.editgrid.com/user/physicsmatayom/M6032550G9ysin1
  • http://www.vcharkarn.com/varticle/32546/15

  • เลขที่ ชื่อm6032550g9 กลุ่ม    
    20 นางสาวพจมาน พลโยธี 9    
    26 นางสาวมนัสวี เศรษฐวัฒนวงศ์ 9    
    27 นางสาวรัชนิกานต์ บุตรรัตนะ 9    
    42 นางสาวโสภาพรรณ จันทร์อ่อน 9    
    44 นางสาวอุดมลักษณ์ ศิริวรกุลชัย 9    
    no. excel_group9 ans excel_code หมายเหตุ
    1 F=kQ1Q2/r^2,F(N)=? 32.40 =(9e9)*(2e-6)*(1e-6)/(1.5e-2)^2) k=9e9N.m^2/C^2,Q1=2E-6,Q2=1E-6,r=1.5E-2,F(N)=?
    2 s=v*t,t(s)=s/v=? 2.00 =140/70 s=v*t,s=140m,v=70m/s,t(s)=?
    3 v^2=u^2+2*a*S 3.33 =(6^2-4^2)/(2*3) S=(v^2-u^2)/(2*a),v=6m/s,u=4m/s,a=3m/s^3,S(m)=?
    4 FC=m*v^2/r,FC(N)=? 160 =(80*4^2)/8 m=80 kg,v=4m/s,r=8 m,FC(N)=?
    5 m=SF/a 6.00 =150/25 SF=150 N,a=25 m/s^2,m(kg)=?
    6 v=w*R 900.00 =60*15 w=60 rad/s,r=15 m,v(m/s)=?
    7 P=m*v 3.75 =45/12 P=45 kg.m/s,v=12 m/s,m(kg)=?
    8 Fspring=ks 2.30 =100*2.3e-2 k(Hooke's-constant)=100 N/m,s=2.3e-2 ,Fสปริง(N)=?
    9 Ek=(½)m*v^2 496.00 =(1/2)*62*4^2 m=62 kg,v=4 m/s,Ek(J)=?
    10 E(MeV)=m*c^2 939.38 =(1.67e-27)*(3e8^2)/1.6e-13 c=3e8 m/s,m=1.67e-27 kg,1Mev=1.6e-13 ,E(MeV)=?

    may31,2550b.e.


    m6032550g9coulomb1_Example1.2p15 B1 C1
    F1=(K*Q1*Q2)/r^2 B2 C2
    Input k(N*m^2/C^2)= 9.00E+09 C3
    input Q1(C) = 3 C4
    input Q2(C) = 3 C5
    input Q3(C) = 3 C6
    input r12(m) = 4 C7
    input r32(m) = 4 C8
    Fx(N)=+F21=(K*Q1*Q2)/r12^2 5.06E+09 =$B$3*$B$4*$B$5/$B$7^2
    Fy(N)=+F23=(K*Q3*Q2)/r32^2 5.06E+09 =$B$3*$B$5*$B$6/$B$8^2
    R=sqrt(Fx^2+Fy^2) 7.16E+09 =SQRT($B$9^2+$B$10^2)
    tanq=Fy/Fx 1.000E+00 =$B$10/$B$9
    q(deg)=atan(Fy/Fx)*180/pi() 45.0 =ATAN($B$12)*180/PI()

     


    http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9coulomb11.GIF

    JUN8/2550b.e.


    m6032550g9linear1, y=c+kx
    input c= 7 y_intercept -6 0 -7
    input k= 1 slope -3 -4 3
    x y1=c1+k1*x y_excel_code y2=c2+k2*x y3=c3+k3*x y4=c4+k4*x
    0 7 =$B$2+$B$3*A5 -6 0 -7
    2 9 =$B$2+$B$3*A6 -12 -8 -1
    4 11 =$B$2+$B$3*A7 -18 -16 5
    6 13 =$B$2+$B$3*A8 -24 -24 11
    8 15 =$B$2+$B$3*A9 -30 -32 17
    10 17 =$B$2+$B$3*A10 -36 -40 23
    x_axis y_axis graph_analysis_excel_code D11 E11 F11
    intercept 7 =INTERCEPT(B5:B10,A5:A10) D12 E12 F12
    slope(K) 1 =SLOPE(B5:B10,A5:A10) D13 E13 F13
    rsq 1 =RSQ(B5:B10,A5:A10) D14 E14 F14

      Linear_Graph

    1. http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear11.GIF

    2. http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear12.GIF

    3. http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear13.GIF

    4. http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear14.GIF

    5. http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear15.GIF


    http://www.piano-midi.de/midis/beethoven/elise.mid

    http://sathaporn.exteen.com


    นางสาวรัชนิกานต์ บุตรรัตนะ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 27
    นางสาวอุดมลักษณ์ ศิริวรกุลชัย ชั้นม.6/3 เลขที่ 44
    Ratchanikarn Bootrattana M.6/3 No.27
    Udomrak Sirivarakunchai m.6/3 No.44
    กัมมันตภาพรังสี
    กัมมันตภาพรังสี กัมมันตภาพรังสี (Ionizing Radiation)     ธาตุกัมมันตรังสี (Radioactive Elements) หมายถึงนิวไคลด์หรือธาตุที่มีสภาพไม่เสถียร ซึ่งจะมีการสลายตัวของนิวเคลียสอยู่ตลอดเวลาทำให้กลายเป็น นิวไคลด์ ใหม่หรือธาตุ ในขณะเดียวกันก็สามารถปลดปล่อยรังสีได้
          กัมมันตภาพรังสี หมายถึง พลังงานที่ปล่อยจากนิวเคลียสหรืออะตอมของธาตุบางชนิด หรือรังสีที่แผ่ออกจากสารกัมมันตภาพรังสี แล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ กัมมันตภาพรังสี ที่แผ่ออกมามีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ รังสีแอลฟา รังสีเบตา และรังสีแกมมา
         โดยเมื่อนำสารกัมมันตรังสีใส่ลงในตะกั่วที่เจาะรูเอาไว้ให้รังสีออกทางช่องทางเดียวไป ผ่านสนามไฟฟ้า พบว่ารังสีหนึ่งจะเบนเข้าหาขั้วบวกคือรังสีเบตา อีกรังสีหนึ่งเบนเข้าหาขั้วลบคือรังสีแอลฟาหรืออนุภาคแอลฟา ส่วนอีกรังสีหนึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้าจึงไม่ถูกดูดหรือผลักด้วยอำนาจแม่เหล็กหรืออำนาจนำไฟฟ้า ให้ชื่อรังสีนี้ว่า รังสีแกมมา ดังรูป


    http://sathaporn.exteen.com


    นางสาวพจมาน พลโยธี ชั้น ม.6/3 เลขที่ 20
    นางสาวโสภาพรรณ จันทร์อ่อน ม.6/3 เลขที่ 41
    Podjamarn Phonyothee M.6/3 NO.20
    Sopapan Junon M.6/3 NO.41
    ความไม่สมบูรณ์ของทฤษฎีอะตอมของโบร์
    ความไม่สมบูรณ์ของทฤษฎีอะตอมของโบร์(MS)
                  เนื่องจากทฤษฎีอธิบายโครงสร้างอะตอมของไฮโดรเจน หรือธาตุเล็กๆ เช่น He , Li ซึ่งถูกอิออไนซ์จนเหลืออิเล็กตรอนตัวเดียว แต่ไม่สามารถอธิบายโครงสร้างอะตอมได้ทุกธาตุได้ ทฤษฎีอะตอมของโบร์สามารถอธิบายสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจนได้ดี และทำให้เรารู้ตำแหน่งของอิเล็กตรอนในอะตอมไฮโดรเจนแต่ทฤษฎีอะตอมของโบร์มีข้อบกพร่องหลายอย่างทำให้ไม่สามารถคำนวณและอธิบายสเปกตรัมของอะตอมอื่นๆ ได้ จึงทำให้ทฤษฎีอะตอมของโบร์ไม่สมบูรณ์ เช่น
                  1. โบร์ได้ผสมความคิดของฟิสิกส์แผนเดิมกับความคิดเรื่องควอนตัมของพลังงานของพลังก์ ซึ่งเป็นแนวคิดของฟิสิกส์แผนใหม่ จึงทำให้มีขอบเขตจำกัด
                  2. ไม่สามารถอธิบายได้ว่า อะตอมที่อยู่ในบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก จะให้สเปกตรัมที่ผิดไปจากเดิม คือ สเปกตรัมเส้นหนึ่งๆ แยกออกเป็นหลายเส้น ดังรูป


edit @ 14 Feb 2008 00:01:53 by physicsmatayom