m6032550g9
http://sathaporn.exteen.com/20070515/name6032550
http://members.thai.net/PHYSICSMATAYOM/coulomb/coulomb1.htm
-
2nd_Term_Physics40205
-
worksheet1
- http://physicsmatayom.podbean.com/2007/11/06/m6032550g9ysin1/
- http://www.editgrid.com/user/physicsmatayom/M6032550G9ysin1
- http://www.vcharkarn.com/varticle/32546/15
http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear11.GIF
http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear12.GIF
http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear13.GIF
http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear14.GIF
http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9linear15.GIF
| เลขที่ | ชื่อm6032550g9 | กลุ่ม | ||
| 20 | นางสาวพจมาน พลโยธี | 9 | ||
| 26 | นางสาวมนัสวี เศรษฐวัฒนวงศ์ | 9 | ||
| 27 | นางสาวรัชนิกานต์ บุตรรัตนะ | 9 | ||
| 42 | นางสาวโสภาพรรณ จันทร์อ่อน | 9 | ||
| 44 | นางสาวอุดมลักษณ์ ศิริวรกุลชัย | 9 | ||
| no. | excel_group9 | ans | excel_code | หมายเหตุ |
| 1 | F=kQ1Q2/r^2,F(N)=? | 32.40 | =(9e9)*(2e-6)*(1e-6)/(1.5e-2)^2) | k=9e9N.m^2/C^2,Q1=2E-6,Q2=1E-6,r=1.5E-2,F(N)=? |
| 2 | s=v*t,t(s)=s/v=? | 2.00 | =140/70 | s=v*t,s=140m,v=70m/s,t(s)=? |
| 3 | v^2=u^2+2*a*S | 3.33 | =(6^2-4^2)/(2*3) | S=(v^2-u^2)/(2*a),v=6m/s,u=4m/s,a=3m/s^3,S(m)=? |
| 4 | FC=m*v^2/r,FC(N)=? | 160 | =(80*4^2)/8 | m=80 kg,v=4m/s,r=8 m,FC(N)=? |
| 5 | m=SF/a | 6.00 | =150/25 | SF=150 N,a=25 m/s^2,m(kg)=? |
| 6 | v=w*R | 900.00 | =60*15 | w=60 rad/s,r=15 m,v(m/s)=? |
| 7 | P=m*v | 3.75 | =45/12 | P=45 kg.m/s,v=12 m/s,m(kg)=? |
| 8 | Fspring=ks | 2.30 | =100*2.3e-2 | k(Hooke's-constant)=100 N/m,s=2.3e-2 ,Fสปริง(N)=? |
| 9 | Ek=(½)m*v^2 | 496.00 | =(1/2)*62*4^2 | m=62 kg,v=4 m/s,Ek(J)=? |
| 10 | E(MeV)=m*c^2 | 939.38 | =(1.67e-27)*(3e8^2)/1.6e-13 | c=3e8 m/s,m=1.67e-27 kg,1Mev=1.6e-13 ,E(MeV)=? |
may31,2550b.e.
| m6032550g9coulomb1_Example1.2p15 | B1 | C1 |
|---|---|---|
| F1=(K*Q1*Q2)/r^2 | B2 | C2 |
| Input k(N*m^2/C^2)= | 9.00E+09 | C3 |
| input Q1(C) = | 3 | C4 |
| input Q2(C) = | 3 | C5 |
| input Q3(C) = | 3 | C6 |
| input r12(m) = | 4 | C7 |
| input r32(m) = | 4 | C8 |
| Fx(N)=+F21=(K*Q1*Q2)/r12^2 | 5.06E+09 | =$B$3*$B$4*$B$5/$B$7^2 |
| Fy(N)=+F23=(K*Q3*Q2)/r32^2 | 5.06E+09 | =$B$3*$B$5*$B$6/$B$8^2 |
| R=sqrt(Fx^2+Fy^2) | 7.16E+09 | =SQRT($B$9^2+$B$10^2) |
| tanq=Fy/Fx | 1.000E+00 | =$B$10/$B$9 |
| q(deg)=atan(Fy/Fx)*180/pi() | 45.0 | =ATAN($B$12)*180/PI() |
http://sathaporn.exteen.com/images/m6032550g9/m6032550g9coulomb11.GIF
JUN8/2550b.e.
| input c= | 7 | y_intercept | -6 | 0 | -7 |
| input k= | 1 | slope | -3 | -4 | 3 |
| x | y1=c1+k1*x | y_excel_code | y2=c2+k2*x | y3=c3+k3*x | y4=c4+k4*x |
| 0 | 7 | =$B$2+$B$3*A5 | -6 | 0 | -7 |
| 2 | 9 | =$B$2+$B$3*A6 | -12 | -8 | -1 |
| 4 | 11 | =$B$2+$B$3*A7 | -18 | -16 | 5 |
| 6 | 13 | =$B$2+$B$3*A8 | -24 | -24 | 11 |
| 8 | 15 | =$B$2+$B$3*A9 | -30 | -32 | 17 |
| 10 | 17 | =$B$2+$B$3*A10 | -36 | -40 | 23 |
| x_axis | y_axis | graph_analysis_excel_code | D11 | E11 | F11 |
| intercept | 7 | =INTERCEPT(B5:B10,A5:A10) | D12 | E12 | F12 |
| slope(K) | 1 | =SLOPE(B5:B10,A5:A10) | D13 | E13 | F13 |
| rsq | 1 | =RSQ(B5:B10,A5:A10) | D14 | E14 | F14 |
-
Linear_Graph
http://www.piano-midi.de/midis/beethoven/elise.mid
http://sathaporn.exteen.com
นางสาวรัชนิกานต์ บุตรรัตนะ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 27
นางสาวอุดมลักษณ์ ศิริวรกุลชัย ชั้นม.6/3 เลขที่ 44
Ratchanikarn Bootrattana M.6/3 No.27
Udomrak Sirivarakunchai m.6/3 No.44
กัมมันตภาพรังสี
กัมมันตภาพรังสี กัมมันตภาพรังสี (Ionizing Radiation) ธาตุกัมมันตรังสี (Radioactive Elements) หมายถึงนิวไคลด์หรือธาตุที่มีสภาพไม่เสถียร ซึ่งจะมีการสลายตัวของนิวเคลียสอยู่ตลอดเวลาทำให้กลายเป็น นิวไคลด์ ใหม่หรือธาตุ ในขณะเดียวกันก็สามารถปลดปล่อยรังสีได้
กัมมันตภาพรังสี หมายถึง พลังงานที่ปล่อยจากนิวเคลียสหรืออะตอมของธาตุบางชนิด หรือรังสีที่แผ่ออกจากสารกัมมันตภาพรังสี แล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ กัมมันตภาพรังสี ที่แผ่ออกมามีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ รังสีแอลฟา รังสีเบตา และรังสีแกมมา
โดยเมื่อนำสารกัมมันตรังสีใส่ลงในตะกั่วที่เจาะรูเอาไว้ให้รังสีออกทางช่องทางเดียวไป ผ่านสนามไฟฟ้า พบว่ารังสีหนึ่งจะเบนเข้าหาขั้วบวกคือรังสีเบตา อีกรังสีหนึ่งเบนเข้าหาขั้วลบคือรังสีแอลฟาหรืออนุภาคแอลฟา ส่วนอีกรังสีหนึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้าจึงไม่ถูกดูดหรือผลักด้วยอำนาจแม่เหล็กหรืออำนาจนำไฟฟ้า ให้ชื่อรังสีนี้ว่า รังสีแกมมา ดังรูป

http://sathaporn.exteen.com
นางสาวพจมาน พลโยธี ชั้น ม.6/3 เลขที่ 20
นางสาวโสภาพรรณ จันทร์อ่อน ม.6/3 เลขที่ 41
Podjamarn Phonyothee M.6/3 NO.20
Sopapan Junon M.6/3 NO.41
ความไม่สมบูรณ์ของทฤษฎีอะตอมของโบร์
ความไม่สมบูรณ์ของทฤษฎีอะตอมของโบร์(MS)
เนื่องจากทฤษฎีอธิบายโครงสร้างอะตอมของไฮโดรเจน หรือธาตุเล็กๆ เช่น He , Li ซึ่งถูกอิออไนซ์จนเหลืออิเล็กตรอนตัวเดียว แต่ไม่สามารถอธิบายโครงสร้างอะตอมได้ทุกธาตุได้ ทฤษฎีอะตอมของโบร์สามารถอธิบายสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจนได้ดี และทำให้เรารู้ตำแหน่งของอิเล็กตรอนในอะตอมไฮโดรเจนแต่ทฤษฎีอะตอมของโบร์มีข้อบกพร่องหลายอย่างทำให้ไม่สามารถคำนวณและอธิบายสเปกตรัมของอะตอมอื่นๆ ได้ จึงทำให้ทฤษฎีอะตอมของโบร์ไม่สมบูรณ์ เช่น
1. โบร์ได้ผสมความคิดของฟิสิกส์แผนเดิมกับความคิดเรื่องควอนตัมของพลังงานของพลังก์ ซึ่งเป็นแนวคิดของฟิสิกส์แผนใหม่ จึงทำให้มีขอบเขตจำกัด
2. ไม่สามารถอธิบายได้ว่า อะตอมที่อยู่ในบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก จะให้สเปกตรัมที่ผิดไปจากเดิม คือ สเปกตรัมเส้นหนึ่งๆ แยกออกเป็นหลายเส้น ดังรูป
edit @ 14 Feb 2008 00:01:53 by physicsmatayom


