-
m6062550g1
- http://sathaporn.exteen.com/20070517/name6062550
- http://members.thai.net/PHYSICSMATAYOM/coulomb/coulomb1.htm
- Physics40205
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง
- ทฤษฎีอะตอมของโบร์
http://sathaporn.exteen.com/
| INPUT K(N*m^2/C^2) | 9.00E+09 | C2 | D2 | E2 | F2 | G2 | H2 | I2 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| NO. | Fij=KQiQj/Rij^2 | Q2(C) | Qj(C) | R2j(m) | Fij(N) | Theta(q,deg.) | Fx=Fcosq | Fy=Fsinq |
| 1 | F21=KQ2Q1/R21^2 | 1 | 1 | 1 | 9.00E+09 | 90 | 5.51E-07 | 9.00E+09 |
| 2 | F23=KQ2Q3/R23^2 | 1 | 1 | 1 | 9.00E+09 | 0 | 9.00E+09 | 0.00E+00 |
| 3 | F24=KQ2Q4/R24^2 | 1 | 1 | 1.414213562 | 4.50E+09 | 45 | 3.18E+09 | 3.18E+09 |
| 4 | F25=KQ2Q5/R25^2 | 1 | 1 | 0.707106781 | 1.80E+10 | 45 | 1.27E+10 | 1.27E+10 |
| SUM Fx=?,SUM Fy=? | B8 | C8 | D8 | E8 | Ans1 | 2.49E+10 | 2.49E+10 | |
| SumF1(N)=SQRT(Fx^2+Fy^2) | 3.52E+10 | =SQRT($H$8^2+$I$8^2) | Ans7 | E9 | Ans2 | =sum(H4:H7) | =sum(I4:H7) | |
| Tan (Alpha) = Fy/Fx | 1 | =$H$8/$I$8 | Ans8 | E10 | Ans3 | sumFx | sumFy | |
| Alpha(deg.)=ATAN(Fy/Fx)*180/PI() | 45 | =ATAN($B$10)*180/PI() | Ans9 | E11 | Ans4 | Ans5 | Ans6 |
http://sathaporn.exteen.com
| 2 | นายกรกช อ่อนน้อม | M | 1 |
เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง หลักการของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง อาศัยหลักการ ที่ตัวนำเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงเคลื่อนที่ไฟฟ้าขึ้นในลวดตัวนำนั้น
โครงสร้างของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง มีดังนี้
ก. ส่วนที่อยู่กับที่ ประกอบด้วย โครงและขั้วแม่เหล็ก ส่วนนี้สร้างสนามแม่เหล็กหรือ เส้นแรงแม่เหล็กและส่วนที่รับกระแสไฟออก
ข. ส่วนที่เคลื่อนที่ หรือส่วนที่หมุนเรียกว่า อาร์มาเจอร์ (Armature) ....ประกอบด้วย 1. แกนเพลา 2. แกนเหล็ก 3. คอมมิวเตเตอร์

ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current)
เป็นไฟฟ้ากระแสที่มีทิศทางการเคลื่อนที่สลับกัน โดยกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ในขดลวดตัวนำของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดคือ ไฟฟ้ากระแสสลับ เฟสเดียว สองเฟส และสามเฟส ในปัจจุบันนิยมใช้เพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ กระแสไฟฟ้าสลับเฟสเดียวกับสามเฟส
ก. ไฟฟ้ากระแสสลับเฟสเดียว (Single Phase)
ลักษณะการเกิดไฟฟ้ากระแสสลับ คือ ขดลวดชุดเดียวหมุนตัดเส้นแรงแม่เหล็ก เกิดแรงดันกระแสไฟฟ้า ทำให้กระแสไหลไปยังวงจรภายนอก โดยผ่านวงแหวน และแปลงถ่านดังกล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าเมื่อออกแรงหมุน ลวดตัวนำได้ 1 รอบ จะได้กระแสไฟฟ้าชุดเดียวเท่านั้น ถ้าต้องการให้ได้ปริมาณกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ก็ต้องใช้ลวด ตัวนำหลายชุดไว้บนแกนที่หมุน ดังนั้นในการออกแบบขดลวดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับถ้าหากออกแบบ ชุดขดลวดบนแกนให้เพิ่มขึ้นอีก 1 ชุด แล้วจะได้กำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ข. ไฟฟ้ากระแสสลับสามเฟส (Three Phase) เป็นการพัฒนามาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับชนิดสองเฟส โดยการออกแบบจัดวาง ขดลวดบนแกนที่หมุนของเครื่องกำเนิดนั้น เป็น 3 ชุด ซึ่งแต่ละชุดนั้นวางห่างกัน 120 องศาทางไฟฟ้า
ไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้ในบ้านพักอาศัย ส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเฟสเดียว (SinglePhase)ระบบการส่งไฟฟ้าจะใช้ สายไฟฟ้า 2 สายคือ สายไฟฟ้า 1 เส้น และสายศูนย์ (นิวทรอล) หรือเราเรียกกันว่า สายดินอีก 1 สาย สำหรับบ้านพักอาศัยในเมืองบางแห่ง อาจจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดพิเศษ จะต้องใช้ไฟฟ้าชนิดสามเฟส ซึ่งจะให้กำลังมากกว่า เช่น มอเตอร์เครื่องสูบน้ำในการบำบัดน้ำเสีย ลิฟต์ของอาคารสูง ๆ เป็นต้น
http://sathaporn.exteen.com
ผู้จัดทำ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/6 ปีการศึกษา2550
-
ทฤษฎีอะตอมของโบร์
- 1.อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่เป็นวงกลมรอบนิวเคลียส จะมีวงโคจรบางวงที่อิเล็กตรอนไม่แผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา ในวงโคจรดังกล่าวอิเล็กตรอนจะมีโมเมนตัมเชิงมุม L คงตัว และโมเมนตัมเชิงมุมนี้มีค่าเป็นจำนวนเท่าของค่าคงตัวมูลฐาน คือ h_bar ซึ่งมีค่าเท่ากับ h/(2*pi)
- 2.อิเล็กตรอนจะรับหรือปล่อยพลังงานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนวงโคจรในข้อ1 พลังงานที่อิเล็กตรอนรับหรือปล่อยจะปรากฏในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และพลังงานจะมีค่าตามสมมติฐานของพลังค์ สามารถเขียนเป็นสมการ คือ
- E=hf
- 3.สามารถหารัศมีของวงโคจรใดในอะตอมได้ ตามความสัมพันธ์
- rn = r1*n2 เมื่อ rn คือ รัศมีวงโคจร
r1 คือ รัศมีของโบร์ เท่ากับ 5.29 x 10-11 เมตร
จากรูป อิเล็คตรอนวิ่งเป็นวงกลมรอบนิวเคลียส จากสมมติฐานข้างต้นจะได้
Ke2 / r2 = mv2 / r
แต่ mvr = n*h_bar
จะได้สมการที่สำคัญในทฤษฎีอะตอมของโบร์ ดังนี้
rn =5.29 x 10-11*n2
หรือ rn=r1*n2
พลังงานยึดเหนี่ยวของอิเลคตรอน
En = -13.6eV/n2
จากสมการจะเห็นว่า พลังงานของอะตอมไฮโดรเจนที่ระดับพลังงานต่างๆ เป็นปฏิภาคผกผันกับ n2
สถานะพื้น (ground state)เป็นสภาวะที่อะตอมมีเสถียรมากที่สุด คือ n=1
สถานะกระตุ้น (excited state)คือระดับพลังงานอะตอมเมื่ออยู่ในระดับสูงกว่าสถานะพื้น (n>=2)
โบร์ (Niel Bohr) นักฟิสิกส์ชาวเดนมาร์ค ได้แก้ไขทฤษฎีอะตอมใหม่เพื่ออธิบายการเกิดสเปคตรัมชนิดเส้นได้ โดยอาศัยทฤษฎีโฟตอนของไอน์สไตน์รวมกับโครงสร้างอะตอมของรัทเธอร์ฟอร์ด ปรากฏว่าโบร์สามารถอธิบายสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจนได้อย่างดี ซึ่งในการอธิบายโบร์ได้ตั้งสมมติฐานดังนี้คือ
-
ความไม่สมบูรณ์ของทฤษฎีอะตอมของโบร์
- เนื่องจากทฤษฎีอธิบายโครงสร้างอะตอมของไฮโดรเจน หรือธาตุเล็กๆ เช่น He , Li ซึ่งถูกอิออไนซ์จนเหลืออิเล็กตรอนตัวเดียว
- แต่ไม่สามารถอธิบายโครงสร้างอะตอมได้ทุกธาตุได้
ตัวอย่างที่น่าสนใจ
หลอดโทรทัศน์เครื่องหนึ่งใช้ความต่างศักย์ขนาด 35,000 โวลต์ เร่งอิเล็กตรอน เมื่ออิเล็กตรอนวิ่งไปชนอะตอมของโลหะที่เคลือบไว้หลัง
จอ จะเกิดรังสีเอกซ์หรือไม่ถ้าเกิดจะมีความถี่เท่าใด
จากสูตร การเปลี่ยนพลังงาน eV = hfmax
ค่าความถี่สูงสุดที่เกิดขึ้นจะได้
HOME
edit @ 10 Feb 2008 13:08:57 by physicsmatayom


