m6062550g6
http://sathaporn.exteen.com/20070517/name6062550
http://members.thai.net/PHYSICSMATAYOM/coulomb/coulomb1.htm
http://sathaporn.exteen.com
-
จัดทำโดย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/6 ปีการศึกษา2550
- นายพิริยะ สุทธินันท์พิบูล เลขที่30
Piriya Suttinunpiboon - น.ส.ศิริวรรณ สุขอนันต์ทวี เลขที่46
Siriwan suk_anuntavee
รังสีเอกซ์
รังสีเอกซ์ (X-Ray) ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1895 โดยนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันชื่อ เรินต์เกน ได้พบรังสีนี้โดยบังเอิญ ในขณะที่เขาทำการทดลองเกี่ยวกับรังสีคาโทดในห้องมืดสนิท เขาสังเกตว่า แร่แบเรียมแพลทิโนไซยาไนด์เกิดเรืองแสงขึ้น ทำให้คิดว่าจะต้องมีรังสีบางอย่างเกิดขึ้นจากหลอดรังสีแคโทดและมีอำนาจทะลุผ่านสูงจนสามารถผ่านผนังหลอดคาโธดไปยังก้อนแร่ได้ เรินต์เกนเรียกรังสีนี้ว่า รังสีเอกซ์ ซึ่งภายหลังนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับรังสีชนิดนี้มากขึ้น- คุณสมบัติของรังสีเอกซ์
- 1. รังสีเอกซ์เป็นทั้งคลื่นและอนุภาค การที่มีสมบัติเป็นคลื่นเพราะมีการสะท้อน การหักเห การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน และเป็นอนุภาคเพราะมีโมเมนตัมเหมือนอนุภาคทั่วไป
- 2. รังสีเอกซ์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่สามารถที่จะถูกเบี่ยงเบนโดยสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า
- 3. รังสีเอกซ์ประกอบด้วยรังสีที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันมาก เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วแสง
- 4. รังสีเอกซ์สามารถทะลุผ่านวัตถุที่ไม่หนาจนเกินไปและมีความหนาแน่นน้อยๆได้ เช่น กระดาษ ไม้ เนื้อเยื่อของคนและสัตว์ แต่ถ้าผ่านวัตถุที่มีความหนาแน่นมาก ๆ เช่น แพลตินัม ตะกั่ว กระดูก อำนาจทะลุผ่านก็จะลดลง
- 5. รังสีเอกซ์สามารถทำให้อากาศแตกตัวเป็นไอออนได้
- 6. รังสีเอกซ์สามารถทำให้ผลึกบางชนิดเรืองแสงและแสงที่เรืองออกมาสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้
- 7. รังสีเอกซ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีได้ เช่นเมื่อรังสีเอกซ์ไปถูกฟิลม์ถ่ายรูปจะทำให้ฟิลม์ดำ จึงนำผลอันนี้มาใช้ในการถ่ายภาพบนฟิลม์เอกซ์เรย์
- หาได้จากสูตร
-
ค่าคงตัว(constant)
- h=ค่าคงตัวพลังค์มีค่าเท่ากับ6.63*10-34 จูลวินาที
- c=อัตราความเร็วของแสงในสูญญากาศ 3*108 เมตรต่อวินาที
- e=ประจุมูลฐาน 1.6*10-19 คูลอมบ์
- Vcathode-anode=ความต่างศักย์ไฟฟ้า มีหน่วยเป็น โวลต์
ตัวอย่างการคำนวณหาความยาวคลื่นต่ำสุด
หลอดรังสีเอกซ์ ที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขั้วทั้งสอง 1.24*104โวลต์จะผลิดรังสีเอกซ์ที่มีความยาวคลื่นต่ำสุดเท่าใด
วิธีทำ จาก
แทนค่าh,c,e,และ v จะได้
ประโยชน์ของรังสีเอกซ์1.การวิเคราะห์ลักษณะของอะตอมและการผลิตโดยอาศัยการเบี่ยงเบนของรังสีเอกซ์
2.ใช้ในการตรวจหาสภาพทางพยาธิวิทยาของกระดูก
3.การถ่ายภาพและผลิตภาพในขนาดเล็ก
4.รังสีวินิจฉัย
- รังสีเอกซ์ เมื่อฉายทะลุอวัยวะที่ต้องการตรวจแล้ว จะเกิดเป็นรูปแบบขึ้นบนฟิล์มเอกซเรย์ เมื่อนำฟิล์มเอกซเรย์ไปล้างตามกรรมวิธี จะได้ภาพทั้งภายนอกและภายในของอวัยวะ เช่น กระดูกที่ฝังอยู่ในเนื้อ หรือแผลวัณโรคที่อยู่ในเนื้อปอด ทำให้วินิจฉัยโรคได้โดยไม่ต้องผ่าอวัยวะนั้นเข้าไปดูภายใน ถ้าฉายรังสีที่มีรูปแบบแล้วนี้ ไปถูกกระจกที่ฉาบด้วยแบเรียมแพลติโนไซอะไนด์ หรือแคลเซียมทังสเตตในห้องมืด ก็จะเห็นภาพของอวัยวะภายในได้ทันที แต่ภาพนี้ไม่ค่อยจะชัดนัก เพราะแสงเรืองที่เกิดขึ้นนั้นอ่อนมาก จึงต้องดูในห้องมืด และรังสีแพทย์ผู้ตรวจต้องปิดตาหรืออยู่ในห้องมืดเสียก่อนราว ๒๐ นาที จนตาคุ้นกับความมืด จึงจะดูเห็น การตรวจด้วยวิธีนี้ เรียกว่า ฟลูออไรสโคปี(fluoroscopy) ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีผู้นำภาพจากแสงเรืองๆในห้องมืดนี้มาฉายผ่านเครื่องปรับความเข้มของแสงที่เรียกว่า อิเมจอินเทนซิไฟเออร์ (image intensifier) แล้วนำสัญญาณภาพไปฉายออกทางจอโทรทัศน์ ทำให้รังสีแพทย์ทำการตรวจอวัยวะภายในโดยการทำฟลูออโรสโคปิ ในห้องที่มีแสงสว่างธรรมดาได้ และชัดเจนกว่าการทำในห้องมืด การตรวจด้วยวิธีนี้ รังสีแพทย์จะเห็นการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในได้สะดวก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ การตรวจกระเพาะอาหาร ลำไส้และถุงน้ำดี อวัยวะบางอย่างที่ตรวจพบได้ไม่ชัดเจน แพทย์อาจทำให้เห็นชัดเจนขึ้นได้โดยใช้สารทึบแสงบางอย่างสารเหล่านี้พอจะจำแนกได้ ดังนี้
- ๑.สารทึบแสงที่ทึบน้อยกว่าเนื้อ ได้แก่ ก๊าซต่างๆ เช่น อากาศ คาร์บอนไดออกไซด์ และไนทรัสออกไซด์
- ๒.สารทึบแสงที่ทึบมากกว่าเนื้อ ได้แก่ สารประกอบไอโอดีน และแบเรียมซัลเฟต (barium sulphate)

กราฟแสดงพลังงานของรังสีเอกซ์ต่อเนื่อง
13:04 27/1/2551HOME
ภาพแสดงหลอดผลิตรังสีเอกซ์การคำนวณหาความยาวคลื่นต่ำสุดของรังสีเอกซ์
edit @ 27 Jan 2008 13:15:58 by physicsmatayom




