2007/May/17


http://sathaporn.exteen.com


m6102550g3 TNPS_RLC1
  • นางสาวตุลาลักษณ์ คำศรีระภาพ เลขที่ 14
  • นางสาวนิภาภรณ์ ดาวศรีคูณเมือง เลขที่ 21
  • นางสาวพิมพ์ชนก ประชาชู เลขที่ 28
  • นายสราวุธ ชิยางคะบุตร เลขที่ 43



  • EMW Nucleus
    PHYSICS40205OBJECTIVE7
      ELECTROMAGNETICS WAVE
    1. AC
      ไฟฟ้ากระแสสลับ หมายถึง ไฟฟ้าที่มีการสลับสับเปลี่ยนขั้วอยู่ตลอดเวลาอย่างสม่ำเสมอ ทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าจะเปลี่ยนสลับ ไปมาจากบวก - ลบ และจากลบ - บวก อยู่ตลอดเวลา ซึ่งไฟฟ้ากระแสสลับเป็นไฟฟ้าที่ใช้กันตามบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
    2. LW
      ความยาวคลื่นวิทยุที่ส่งกระจายเสียงหรือที่รับคลื่น 1000 เมตรขึ้นไป
    3. MW
      คลื่นวิทยุที่มีความยาวคลื่น 100-1000 เมตร
    4. SW
      คลื่นวิทยุช่วงสั้นที่มีความยาวคลื่น ประมาณ 20-200 เมตร
    5. FM
      มีช่วงความถี่ 88 - 108 MHz (เมกะเฮิรตซ์) สื่อสารโดยใช้คลื่นเสียงผสมเข้ากับคลื่นพาหะ โดยความถี่ของคลื่นพาหะจะเปลี่ยนแปลงตามสัญญาณคลื่นเสียง ในการส่งคลื่นระบบ F.M. ส่งคลื่นได้เฉพาะคลื่นดินอย่างเดียว ถ้าต้องการส่งให้คลุมพื้นที่ต้องมีสถานีถ่ายทอดและเครื่องรับต้องตั้งเสาอากาศสูง ๆ รับ
    6. VHF
      คลื่น VHF นั้นย่อมาจาก Very high frequency ลักษณะคลื่นเป็นคลื่นตรง มีย่านความถี่ที่ระหว่าง 30 - 300 MHz ความยาวคลื่นตั้งแต่ 10เมตร ถึง 1 เมตร ส่วนมากแล้วโดยทั่วไปนั้น VHF จะใช้ในการส่งคลื่นวิทยุสื่อสาร วิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง
    7. UHF
      คลื่น UHF นั้นย่อมาจาก Ultra high frequency ลักษณะคลื่นเป็นคลื่นไมโครเวฟ มีย่านความถี่ที่ระหว่าง 300 - 3000 MHz ความยาวคลื่นตั้งแต่ 1เมตร ถึง 100 มิลลิเมตร ส่วนมากแล้วโดยทั่วไปนั้น UHF เป็นการใช้งานการส่งคลื่นวิทยุโทรทัศน์ระบบดิจิตตอล การใช้โทรศัพท์เคลื่อน อุปกรณ์ไร้สาย
    8. MICROWAVE
      มีความยาวคลื่น 1 มิลลิเมตร - 10 เซนติเมตร ใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมระยะไกล นอกจากนั้นยังนำมาประยุกต์สร้างพลังงานในเตาอบอาหาร
    9. INFRARED
      มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร - 1 มิลลิเมตร โลกและสิ่งชีวิตแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต
    10. ROYGBIV
      แสงที่มีช่วงความถี่ 1014 หรือความยาวคลื่น 4x10-7 - 7x10-7 เมตร เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ประสาทตาของมนุษย์รับได้
      สี ความยาวคลื่น(nm)
      ม่วง 380 - 450
      น้ำเงิน 450 - 500
      เขียว 500 - 570
      เหลือง 570 - 590
      แสด 590 - 610
      แดง 610 - 760
    11. UV
      มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร รังสีอุลตราไวโอเล็ตมีอยู่ในแสงอาทิตย์ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
    12. X_RAY
      มีความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติมาจากดวงอาทิตย์ เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์ เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้มากๆ ก็จะเป็นอันตราย
    13. GAMMA_RAY
      เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร โฟตอนของรังสีแกมมามีพลังงานสูงมาก กำเนิดจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ เช่น ดาวระเบิด หรือ ระเบิดปรมาณู เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต

    PHYSICS40205OBJECTIVE24
      NUCLEAR TRANSFORMATION
    1. ALPHA[2a4;2He4]; DECAY;ZXA--->Z-2YA-4+2He4
      รังสีแอลฟา มีส่วนประกอบเป็นนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม มีมวลประมาณ 4 u มีประจุไฟฟ้า +2e มีพลังงานประมาณ 6 MeV รังสีแลฟาสามารถทำให้สารที่รังสีผ่านแตกตัวเป็นไอออนได้ดี จึงเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว รังสีแอลฟาจึงมีอำนาจทะลุผ่านน้อยมาก กล่าวคือ สามารถวิ่งผ่านอากาศได้ประมาณ 5 cmและเมื่อใช้แผ่นกระดาษบางๆ กั้นรังสีแอลฟาก็ทะลุผ่านไม่ได้ เนื่องจากรังสีนี้คือนิวเคลียสที่ป็นอนุภาค บางครั้งจึงเรียกรังสีแอลฟาว่า อนุภาคแอลฟา
    2. BETA DECAY[-1b0];ZXA--->Z+1YA+-1b0
      รังสีบีตา เป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า -1e มีมวลเท่ากับมวลของอิเล็กตรอน รังสีบีตาคือ อิเล็กตรอน มีพลังงานประมาณ 1 MeV รังสีบีตาสามารถวิ่งผ่านไปในอากาศได้ประมาณ 0.5m อำนาจทะลุผ่านของรังสีบีตาจึงมากว่ารังสีแอลฟา บางครั้งจึงเรียกรังสีบีตาว่า อนุภาคบีตา
      รังสีบีตาแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ +1b0 ซึ่งมีประจุไฟฟ้า +1e และเรียกว่า โพชิตรอน(positron) กับ -1b0 ซึ่งมีประจุไฟฟ้า -1e และเรียกว่า เนกาตรอน(negatron) ธาตุกัมันตรังสีส่วนมากจะปล่อย -1b0 ออกมา ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงรังสีบีตามักจะหมายถึง -1b0 เสมอ
    3. GAMMA DECAY[0g0];ZXA--->ZX*A+0g0
      รังสีแกมมา เป็นรังสีที่มีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้ามีสมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รังสีแกมมามีพลังงานประมาณ 0.01 MeV สามารถทะลุผ่านแผ่นอะลูมิเนียมที่หนาหลายเซนติเมตรได้ จึงมีอำนาจทะลุผ่านมากที่สุดในบรรดารังสีทั้งสามชนิด
      Nucleus Symbol;ZXA
    1. Z=Atomic No.(No of Proton)
      แอลฟา(ALPHA) 2a4;2He4

      บีตา(BETA) -1b0;+1b0

      แกมมา(GAMMA) 0g0
    2. A=Mass No.(No of Proton+Neutron)
      4:49 20/2/2551HOME

    edit @ 10 Mar 2008 20:22:54 by physicsmatayom

    edit @ 10 Mar 2008 20:28:07 by physicsmatayom