m6112550g2
http://sathaporn.exteen.com/20070517/name6112550
http://members.thai.net/PHYSICSMATAYOM/coulomb/coulomb1.htm
worksheet1
| m6112550g2excel_physics1 | |||||
| NO | Excel-physics | Value | ANS | Excel_code | NOTE |
| 1 | S(m/s) = vt | = v*t | 1.00E+01 | = 5*2 | v=5m/s, t=2s |
| 2 | v(m/s) = u+at | = u+(a*t) | 4.00E+00 | = 0+(2*2) | u=0m/s, a=2m/s^2, t=2s |
| 3 | F(N) = mg | = m*g | 5.20E+02 | = 52*10 | m=52kg, g=10m/s^2 |
| 4 | Ek(J) =(1/2)mv^2 | = (1/2)*(m)*v^2 | 2.94E+02 | = 0.5*12*7^2 | m=12kg, v=7m/s |
| 5 | F(N) = Gm1m2/R^2 | = G*m1*m2/R^2 | 3.91E-13 | = 6.67E-11*2*3/32^2 | G=6.67E-11, m1=2kg, m2=3kg, R=32m |
| 6 | P(W) = IV | = I*V | 1.10E+03 | = 5*220 | I=5Amp, V=220V |
| 7 | F(N) = KS | = K*S | 1.00E+02 | = 10000*0.1 | K=1000N/m, S=0.1m |
| 8 | f (Hz)= (1/2π)*sqrt(k/m) | = (1/2π)*sqrt(k/m) | 1.59E+00 | = 0.5*3.14*(1000/10)^1/2 | k=1000N/m, m=10kg |
| 9 | T(s) = 2π*sqrt(m/k) | = 2π*(m/k)^1/2 | 6.28E-01 | = 2*3.14*(10/1000)^1/2 | k=1000N/m, m=10kg |
| 10 | v(m/s) = f λ | = f * λ | 8.62E+02 | = 2155* 0.4 | f=2155Hz, λ=0.4m |
worksheet2
JUN17,2550b.e._coulomb1
| INPUT K(Nm^2/C^2) | 9.00E+09 | C1 | D1 | E1 | F1 | G1 | H1 | I1 |
| m6112550g2coulomb1_NO. | Fij=KQiQj/Rij^2 | Q3© | Qj© | Rij(m) | Fij(N) | Theta(q,deg.) | Fx=Fcosq | Fy=Fsinq |
| 1 | F31=KQ3Q1/R31^2 | 1 | 1 | 1.414 | 4.50E+09 | 315 | 3.18E+09 | -3.18E+09 |
| 2 | F32=KQ3Q2/R32^2 | 1 | 1 | 1.000 | 9.00E+09 | 180 | -9.00E+09 | 1.10E-06 |
| 3 | F34=KQ3Q4/R34^2 | 1 | 1 | 1.000 | 9.00E+09 | 270 | -1.65E-06 | -9.00E+09 |
| 4 | F35=KQ3Q5/R35^2 | 1 | 1 | 0.707 | 1.80E+10 | 315 | 1.27E+10 | -1.27E+10 |
| SUM Fx=?,SUM Fy=? | B7 | C7 | D7 | Rij(m)_CODE | Fij(N)_CODE | G7 | 6.91E+09 | -2.49E+10 |
| SumF1(N)=SQRT(Fx^2+Fy^2) | 2.585E+10 | =SQRT($H$7^2+$I$7^2) | ANS7 | =SQRT(2) | =$B$1*$C$3*D3/E3^2 | ANS1 | =SUM(H3:H6) | =SUM(I3:I6) |
| Tan (Alpha) = Fy/Fx | -3.60 | =$I$7/$H$7 | ANS8 | =1 | =$B$1*$C$3*D4/E4^2 | ANS2 | SUMFx | SUMFy |
| Alpha(deg.)=ATAN(Fy/Fx)*180/PI() | -74.50 | =ATAN($B$9)*180/PI() | ANS9 | =1 | =$B$1*$C$3*D5/E5^2 | ANS3 | ANS5 | ANS6 |
| A11 | B11 | C11 | D11 | =SQRT(2)/2 | =$B$1*$C$3*D6/E6^2 | ANS4 | H11 | G11 |
vector_picture
http://sathaporn.exteen.com/images/m6112550g2/m6112550g2coulomb11.GIF
worksheet3
July11,2550b.e.
http://sathaporn.exteen.com/| INPUT=K(N.m2 /C2)= | 9.00E+9 | |||
|---|---|---|---|---|
| INPUT=R1(m)= | 1 | |||
| no. | Q1(c) | Q2(c) | Q1*Q2(C2) | F(N)=KQ1*Q2/R2 |
| 1 | 1 | 1 | 1 | 9.00E+09 |
| 2 | 1 | 2 | 2 | 1.80E+10 |
| 3 | 1 | 3 | 3 | 2.70E+10 |
| 4 | 1 | 4 | 4 | 3.60E+10 |
| 5 | 1 | 5 | 5 | 4.50E+10 |
| graph1 | x1-axis | y1-axis |
-
สรุปความสัมพันธ์จากกราฟ
- 1.F a 1/R2 เมื่อQ1Q2 คงตัว(Constant)
- 2. F a Q1Q2 เมื่อRคงตัว(Constant)
- 3. F a Q1Q2/R2
- 4.F=kQ1Q2/R2 เมื่อK เป็นค่าคงตัวของการแปรผันในระบบ SI.
- 5.K=1/4peo
- 6. เมื่อeo =สภาพยอมในสูญญากาศมีค่า=8.8542*10-12 (C2/N.m2)
7/11/2007 22:35
worksheet4
AUG20,2550b.e.
http://media1.podbean.com/podcast-blog-audio-video-media-files/blogs/2231/uploads/OHM1.xls
worksheet5ohm's law
SEP15,2550B.E.
http://media1.podbean.com/podcast-blog-audio-video-media-files/blogs/2231/uploads/m6112550g2Ohm1.xls
worksheet6electricfields
http://www.editgrid.com/user/physicsmatayom/m6112550g2KMnO4
http://physicsmatayom.podbean.com/2008/01/01/m611342550nuclear_reaction1/
http://sathaporn.exteen.com/20070517/m6112550g2
m611452550g2ธาตุเสถียรครึ่งชีวิต
ในปี พ.ศ. 2439 อองตวน อองรี แบ็กเคอแรล นักเคมีชาวฝรั่งเศส เป็นคนแรกที่ค้นพบว่าธาตุบางชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุที่มีมวลอะตอมมาก สามารถปล่อยรังสีบางชนิดออกมา การค้นพบของแบ็กเคอแรลเป็นการค้นพบโดยบังเอิญ คือ เมื่อเขานำฟิล์มถ่ายรูปไว้ใกล้ๆ เกลือโพแทสเซียมยูเรนิลซัลเฟต และมีกระดาษดำหุ้มปรากฎว่าเกิดรอยดำบนแผ่นฟิล์มเหมือนถูกแสง
![]()
เขาให้เหตุผลกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จะต้องมีรังสีที่มีพลังงานสูงบางอย่างปล่อยออกมาจากเกลือยูเรเนียมนี้ เมื่อไปกระทบกับฟิล์มทำให้ฟิล์มกลายเป็นสีดำเหมือนถูกแสง เขาให้เหตุผลกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จะต้องมีรังสีที่มีพลังงานสูงบางอย่างปล่อยออกมาจากเกลือยูเรเนียมนี้ เมื่อไปกระทบกับฟิล์มทำให้ฟิล์มกลายเป็นสีดำ และต่อมาเขายังพบว่าอัตราการปล่อยรังสีของเกลือนี้แปรผันตรงกับปริมาณของเกลือ หลังจากนั้นไม่นาน ปีแอร์ กูรี และมารี กูรี ได้ค้นพบว่า พอโลเนียม เรเดียมและทอเรียมก็สามารถแผ่รังสีได้ ปรากฎการณ์ที่ธาตุแผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่องเรียกว่า กัมมันตภาพรังสี ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของไอโซโทปที่ไม่เสถียร และเรียกธาตุที่สามารถแผ่รังสีได้ว่า ธาตุกัมมันตรังสี ดังนั้นจึงสรุปได้ว่ากัมมันตภาพรังสี (radioactivity)
- หมายถึง ปรากฎการณ์ที่ธาตุสามารถแผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่อง
ธาตุกัมมันตรังสี (radioactive element)
ในเวลาต่อมาพบว่า รังสีที่พบโดยแบ็กเคอเรลเป็นคนละชนิดกับรังสีเอกซ์ รังสีดังกล่าวเป็นรังสีที่ถูกปล่อยออกมาจากนิวเคลียสของธาตุ เมื่อนิวเคลียสของธาตุนั้นอยู่ในสภาวะไม่เสถียร สภาวะไม่เสถียรเกิดจากส่วนประกอบภายในของนิวเคลียสไม่เหมาะสม หมายความว่า ในนิวเคลียสประกอบด้วยโปรตอนซึ่งมีประจุบวกและนิวตรอนซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้า สัดส่วนของจำนวนโปรตอนต่อจำนวนนิวตรอนไม่เหมาะสมจนทำให้ธาตุนั้นไม่เสถียร ธาตุนั้นจึงปล่อยรังสีออกมาเพื่อปรับตัวเองให้เสถียร ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ- หมายถึง ธาตุที่มีสมบัติในการแผ่รังสีได้เอง
ผู้จัดทำ
- นายสหรัถ สุภาพละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/11 เลขที่ 45
edit @ 27 Feb 2008 12:39:06 by physicsmatayom


